Diary

เอนทรีวันเกิด!

posted on 26 May 2009 23:51 by supameeh  in Diary



วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของผมครับ

เมื่ออายุมากขึ้น พักหลัง ๆ นี่ จะคิดว่า
ผมควรจะยินดี ถึงขั้นอยากจะ ...เฉลิมฉลองอายุที่มากขึ้นนี้หรือเปล่า..

เพราะจะว่าไป มันก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกว่าวันอื่น ๆ ในชีวิตที่ผ่านมา
และที่ยังเหลืออยู่ ... ซึ่งก็ไม่รู้จะเหลืออยู่เท่าไหร่เหมือนกัน :)

สำหรับตัวเอง ผมว่าสิ่งที่ควรทำคือระลึกถึงผู้มีพระคุณสูงสุดที่ทำให้ผมมีวันนี้ ...
คือ..คุณแม่..และคุณพ่อ(ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน)


กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ

.........

ช่วงหลายปีมานี้ ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับรุ่นน้อง ๆ จำนวนมาก
ในแวดวงของงานด้านโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ศิลปะ ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่
จะอยู่ในอายุราว ยี่สิบกว่า ๆ ถึงสามสิบต้น ๆ

ในวงสนทนา เวลามีน้อง ๆ ถามว่า พี่หมีอายุเท่าไหร่..

ผมจะตอบได้แบบทันทีทันใดเสมอว่า.. 26
ก็มันนึกตัวเลขนี้ได้ จากวันคล้ายวันเกิดตัวเอง!
(ก็ไม่อยากจะแก่ ... เลยขอให้เพิ่งเลยเบญจเพสมาปีนึงละกัน)

พวกน้อง ๆ ก็จะทำหน้าแบบรู้ทัน ...
แล้วบอกประมาณว่า... อืม...26 เหรอคะ ...
ธรรมชาติลงโทษพี่หมีมากเลยนะเนี่ย.. ฯลฯ

ผมก็จะพูดต่อว่า "แหม...ก็พี่เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ..."
เคยพูดเอาไว้อย่างไร ก็ยืนยันตามเดิม ...

จะว่าไป.. ผมเคยยี่สิบหกมาแล้วกับเขาเหมือนกันนะ ... :)
....

ก่อนถึงวันคล้ายวันเกิดในปีนี้ จนถึงขณะนี้...


ผมมีปัญหาขนาดค่อนข้างใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้นในแบบไม่ได้คิดมาก่อนล่วงหน้าครับ
จริง ๆ ตอนแรกไม่ใช่ปัญหาของผม แต่หลังจากพยายามแก้ไขแล้ว มันกลับมา
กลายเป็นปัญหาของผมแทน ..

จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ ที่ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต
มันจะเกิดขึ้นในแนวนี้ ... คือเหนือความคาดหมาย

ถ้าเป็นสมัยก่อนมันคงจะเป็นความทุกข์ก้อนมหึมาแบบนี้คงจะแย่เหมือนกัน

แต่ตอนนี้ ฝึกการเจริญสติ-ใช้ธรรมะ นั่งมองมัน
ก็ให้มันเป็นปัญหาที่หาทางแก้ไขกันไป แต่ไม่แบกมันไว้...ให้ทุกข์
จริง ๆ เราไม่เคยเป็นเจ้าของอะไรสักอย่าง ดังนั้นปัญหาก็คงไม่ใช่ของผมเช่นกัน

และก็ได้คิดว่า ไม่มีอะไรหนักหนาหรอก...เพราะไม่มีอะไรอยู่กับเรานานนัก
ไม่ว่าเรื่องอะไร ในที่สุดมันจะผ่านไปในรูปแบบใด รูปแบบหนึ่ง..

.......

เมื่อคืนนี้ พ้นเที่ยงคืนมาแป๊บนึง...เข้าสู่วันใหม่...

ผมได้รับ email อวยพรวันเกิด จากกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง - คุณกุลธิดา
ซึ่งได้รู้จักกันผ่านทางออนไลน์มาสิบกว่าปีแล้ว...
จากการที่ผมตอบปัญหาคอมฯ และแนะนำการผลิตงาน Present
ในเว็บบอร์ดของ pantip.com

เธอรับราชการอยู่ที่จังหวัดเชียงรายครับ
ซึ่งช่วงนั้นเธอต้องทำงาน present ให้หน่วยงานของเธอ
เธอเลย email มาสอบถามปัญหาต่าง ๆ อยู่หลาย ๆ เรื่อง
ผมก็ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ให้คำปรึกษาทาง email
กลับไป

ก็ถือได้ว่าเป็นเพื่อนบนโลกออนไลน์ีอีกคนนึงของผม
จนได้มีโอกาสพบกัน ในอีกปีต่อมา เมื่อเธอมาเยี่ยมผมที่ทำงาน
และจากนั้นก็ได้พบกันประมาณปีละครั้ง ในช่วงทีเธอมาธุระ
ประชุม-สัมมนา ที่กรุงเทพฯ

จนระยะหลัง ความยุ่งวุ่นวาย ในชีวิตการงานและความรับผิดชอบของแต่ละคน
ก็ต่างคนต่างใช้ชีวิตกันไปครับ แต่ความรู้สึกดี ๆ ในมิตรภาพนั้นยังคงอยู่ด้วยดี

สิ่งที่ผมจะได้รับเสมอคือ คำอวยพร ทาง email , sms บัตรอวยพร
ตลอดจนของขวัญที่ส่งมาให้ทางไปรษณีย์เนื่องในวาระต่าง ๆ

ปีนี้ คุณกุลธิดา อวยพรวันเกิดมาทาง email เช่นเคยครับ
พร้อมข่าวคราวว่าหลานสาวซึ่งเธอเคยพามาพบผมที่กรุงเทพฯ
(ตอนนั้นอยู่ชั้นมัธยม) มาวันนี้บอกข่าวว่า จบปริญญาโทที่ออสเตรเลียแล้ว
ดีใจด้วยครับ ...

อืม... ผมยังจะหนุ่มอยู่ไหวมั้ยเนี่ย ... :-)

แต่ยังไงก็ขอขอบคุณมาก ๆ ครับสำหรับคำอวยพร..

ขอบคุณ บี กี้ ยุ้ย และทีมงานไทยเอเซียไรซ์  น้ำ+นก วีดูครีเอชั่น

หมิว -แอมเวิร์ค  
สาม ยูซ่า องอาจ แมว และ เต ...

สำหรับงานต่าง ๆ มากมาย ตลอดจนถึงช่วงเวลาดี ๆ สนุก ๆ ที่เรา
ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น...ในเวลาหลายปีที่ผ่านมา

เพื่อน ๆ อีกมากมายที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ ที่ส่งคำอวยพรผ่านมาทางโทรศัพท์ sms hi5 msn
และ email ด้วยนะครับ ขอให้พรดี ๆ เหล่านั้นส่งกลับไปถึงทุก ๆ ท่านเช่นเดียวกันนะครับ

.......

นี่แหละครับ ที่ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า ไม่ว่าจะมีปัญหามากมายใหญ่โตเพียงใด
ก็อย่าให้มันโตเกินไป จนบดบัง มุมมองต่อเรื่องดี ๆ ในชีวิตอีกเยอะแยะ ที่อยู่รายล้อมรอบตัว
ที่จะช่วยให้เรา มีกำลังใจที่จะทำให้ชีวิตมีคุณค่าต่อไป .. สำหรับตัวเอง และคนอื่น ๆ


ขอบคุณทุก ๆ ท่าน ทำให้วันคล้ายวันเกิดครบ 26 ปี (กว่า ๆ.. ไปนิดหน่อย) ของผม... มีคุณค่า

.......

สุขสันต์วันนี้ครับ ทุกท่าน...







วันนี้วันพระครับ ผมนั่งอยู่หน้าคอมฯ อยู่สักพักใหญ่ ๆ
คิดว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี แต่คิดไม่ออกครับ ..
แฮ่.. สมองเคยแล่น ๆ คิดโน่นคิดนี่ ปรู๊ดปร๊าด วันนี้กลับบื้อ ๆ ไปซะงั้น ...

ครับ ..อะไรก็ไม่เคยแน่นอน คงที่หรอก

ผมเลยนั่งดูโทรทัศน์เปิดช่องนั้นช่องนี้ จนไปหยุดที่ช่องมิวสิควิดีโอ
ซึ่งกำลังมีเพลงของนักร้องวัยรุ่นน่ารักสดใส น้องอะตอม ไมค์ไอดอล
กับเพลง "ห้ามทิ้ง" ดังพอสมควรเลยนะครับเพลงนี้

และผมยังเพิ่มความดังเข้าไปอีกด้วยการเพิ่ม volume อีก 2 ขีด
ให้กับจังหวะสนุก ๆ นี้ โยกหัวและร้องตามไปด้วย
"กฏข้อแรกก็คือห้ามทิ้ง...ข้อที่สองก็คือ ห้ามทิ้ง"
(ผมร้องได้เกือบทั้งเพลงเลยนะเนี่ย - กระชากวัยมากกก)



หลาย ๆ คนฟังเพลงนี้ก็คงจะบอกว่า ...แหม ก็มันเป็นแค่เพลง

แต่ในชีวิตจริงของความรัก ไม่ว่าจะวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่
ผมว่า...น่าจะมีหลง ๆ ไปกับกฏข้อนี้อยู่พอสมควร

เมื่อเราเป็นแฟนกับใคร คบกับใคร
มักจะเผลอ ๆ ตั้งกฏแบบนี้ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

เป็นแฟนฉันแล้ว อย่าทิ้งฉันนะ อย่าเปลี่ยนไปนะ ต้องเป็นอย่างนี้นะ ฯลฯ

มนุษย์เรามีความต้องการในการเป็นเจ้าของโน่นนี่ เต็มไปหมด
ไม่เฉพาะสิ่งของรอบกายที่ไขว่คว้ามาหรอกนะครับ ยังรวมไปถึงคนอื่น ๆ
ใครสักคน(หรือหลายคน) ที่เราค้นหา เข้ามาเป็นส่วนเพิ่มเติม ต่อขยาย
แบบเส้นทางรถไฟฟ้าที่ไม่เคยยาวพอ ต่อความต้องการของผู้คน

หลายคนทุ่มเทให้กับความรักอย่างเต็มที่ครับ
ด้วยการทำทุกอย่าง แม้กระทั่ง เปลี่ยนแปลงตัวเอง
ด้วยหวังเพียงให้มันคงอยู่อย่างที่เคยเป็น เป็นอยู่อย่างที่เคยคาดหวัง
และนั่นแหละครับจึงมีความทุกข์แบบห้าวเป้ง รอเราอยู่ ไม่ว่าจะเป็น

ทุกข์เพราะกลัวการเสียไป ...ก็เคยมี แล้ววันหนึ่งถ้าไม่มีล่ะ
ทุกข์เพราะการดูแลรักษา ให้มันคงสภาพอยู่..
ฯลฯ

แต่ในที่สุด ไม่ใครก็ใครก็จะเป็นฝ่ายค้นหา อะไรใหม่ ๆ ให้กับชีวิตไปอีก

เหมือนผู้ชาย ก็ไม่ค่อยพอใจกับ เครื่องเสียงชุดเดิม รถคันเดิม โทรศัพท์มือถือเครื่องเดิม
ผู้หญิงเองก็อยากได้กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า ตามแฟชั่นใหม่ๆ อยู่ตลอด

ความรักก็เช่นกันนะครับ ... บางทีมันก็เปลี่ยนไปได้แบบคาดไม่ถึง
บ่อยครั้ง ผู้ตั้งกฏก็กลับเป็นผู้ฝืนกฏ

เพราะงั้น เราอย่าไปยึดกฏฝืนธรรมชาติแบบนี้เลยนะครับ
ใครที่บังเอิญ (หรือจงใจ) จะถูกทิ้ง ก็ขอให้คิดว่า

ใครจะทิ้งเรา ก็ช่างเถอะนะครับ สำคัญเราอย่าทิ้งตัวเราเอง ..

อย่าทิ้งความตั้งใจในการทำความเข้าใจกับตัวเอง
มีความรักให้ตัวเอง...ที่จะนำพาให้เราสร้างสิ่งดีงาม
ความร่มเย็นเป็นสุข ให้กับชีวิตของเรา

แต่ถ้าจะให้มีความสุขอย่างแท้จริง ไม่ว่าเรื่องใด ต้องเปลี่ยนกฏใหม่ครับ เป็น

กฏข้อแรกก็คือห้าม "ยึด"

สุขสันต์วันพระครับ







supameeh View my profile