เมื่อตอนเด็ก ๆ ที่ผมพอจะจำความได้ ไปเยี่ยมบ้านคุณยายที่ต่างจังหวัด

ที่ไร่ข้าวโพดของคุณยาย ผมแหงนหน้ามองฟ้า มองไปรอบ ๆ ตัว ผมคิดไปว่า

โลกมันแบน โดยเราอยู่ภายในโลกที่มีท้องฟ้าโค้ง ๆ มาครอบทับไว้
เหมือนฝาชี ครอบกับข้าว


เมื่อโตขึ้นมา ความเข้าใจเรื่องโลกของผมก็เลยเป็นหลักวิทยาศาสตร์
ตามที่ได้เรียนในหลักสูตร

แต่ทุกวันนี้ เมื่อศึกษาธรรมะ ยิ่งเข้าใจวิทยาศาสตร์

รู้ว่าโลกมันกลม แต่มันก็ไม่กลมเป๊ะ ๆ แถมแกนตั้งโลกมันยัง เอียง ซะด้วย..
หมุน ๆ เอียง ๆ กันทั้งโลก แล้วจะไปให้แต่ละคนมองอะไรไม่เอียงบ้างได้ไง

แต่เราอาจไม่ค่อยยอมรับความจริงว่า คอเราเอียง
ใจเราหวั่นไหววูบวาบ และเรามีความเชื่อในอะไรต่อมิอะไร
ได้อย่างหัวปัก หัวปำ โดยสรุปเป็นสิ่งที่เรียกว่า "เหตุผลส่วนตัว"
และคำสวย ๆ งาม ๆ ที่เรียกกันว่า "อุดมการณ์" ของเรา

ซึ่งถ้าเปรียบไปก็คือ เรามีไม้บรรทัดส่วนตัว คนละอัน
เป็นไม้บรรทัดที่เอาไว้ใช้ขีดเส้นให้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว
แล้วบอกว่า มัน "ถูก" หรือมัน "ผิด" "สวยงาม" หรือ "น่าเกลียด"
ก็ด้วยการให้คุณค่ากับสิ่ง ๆ นั้นของเราเอง

เมื่อเราได้ยินคำพูดใคร เห็นการกระทำของใคร
เราจะใช้ไม้บรรทัดส่วนตัวอันนี้แหละ ทำการวัดคุณค่า เพื่อประเมินผลออกมา
กลายเป็น ความรัก ชอบ เกลียด ชัง หรือ เฉยๆ


ดังนั้น ดีของเรา เลยอาจจะไม่ใช่ดีของเขา
รักของเรา ก็อาจจะเป็นเกลียดของเขา...ก็เป็นได้

แถมอะไรหลาย ๆ อย่างในโลกนี้ ที่เรามองจากจุดหนึ่ง ด้านหนึ่ง มุมหนึ่ง
แล้วเข้าใจได้ว่า ..มันเป็นอย่างหนึ่ง

พอได้เปลี่ยนจุดยืน เปลี่ยนตำแหน่งมุมมองใหม่
ถึงมารู้ความจริง.. อืม....มันไม่ได้เป็นอย่างที่เราเคยคิด


ถ้าตีตั๋วนั่งดูภาพยนตร์ใกล้จอเกินไป ก็จะมองภาพ โฟกัสได้ไม่ทัน ไม่ทั่วถึง
แถมยังอาจทำให้ปวดหัวได้อีกต่างหาก

แต่ถ้านั่งไกลจากจอพอเหมาะ พอดี ให้สายตาจับภาพได้ครอบคลุม
ถึงดูหนังฝรั่งที่ไม่ได้พากย์ไทย แถมไม่เก่งภาษาอังกฤษ อย่างน้อยก็ยังอ่าน sub title
ได้ง่ายขึ้น ทำให้เข้าใจเรื่องมากขึ้น..

แต่ถึงที่สุดแล้ว นั่งตำแหน่งไหนในโรงก็เถอะ...ขนาดข้าง ๆ กัน แถวเดียวกัน
ดูหนังเรื่องเดียวกันออกมาก็ยังสนุก และชื่นชอบในหนังเรื่องนั้น ไม่เหมือนกันซะอีก

...................

ตอนนี้หลายคนอาจกำลังพูดกัน เถียงกันในเรื่องอะไรที่ว่าด้วย "ความใหม่"

ผมมาคิดเล่น ๆ ว่า ไอ้ที่ว่า...ใหม่นี่ มันจะเหมือนสินค้ามั้ยนะ

แบบว่า จะต้องมีคำว่า ใหม่ อยู่บนหีบห่อเสมอ จะได้ขายดีขึ้น
เพราะมันจะช่วยกระตุ้นการซื้อได้... ในแง่จิตวิทยา

เหมือนผมที่มารู้เอาทีหลังว่า ผมซื้อของใหม่ ที่เหมือนของเดิม มาตลอดนั่นแหละ...

ผงซักฟอกใหม่ ...รู้สึกว่าใช้แล้วดีจัง หอม ๆๆๆ
ฟองเยอะ ให้ความรู้สึกว่า ซักผ้าสะอาดขึ้น...

แต่จริง ๆ เปลืองน้ำขึ้น เพราะกว่าจะล้างฟองออกหมด ใช้น้ำไปเยอะ
และด้วยความที่ต้องล้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ฟองหมด
มันเลยสะอาดขึ้นไปอีกนิด ....ด้วยเหตุนั้น

แ้ล้วพอเราเข้าใจในหลักการ ก็จะพบว่า
ฟองเยอะ หรือน้อย ไม่เกี่ยวกับประสิทธิภาพในการทำความสะอาดซะหน่อย
ส่วนไอ้หอมกว่าเดิมนี่ ....ยิ่งไม่เกี่ยวกันไปใหญ่

ไม่งั้นไม่ต้องอาบน้ำ ใส่น้ำหอมให้หอมก็พอ :)


...........................

ในที่สุดโลกกลมๆ เบี้ยว ๆ บูด ๆ ของผม ทำให้ผมนึกไปถึงคำกล่าวที่ว่า
"ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์"


แล้วอะไรต่อมิอะไรในโลกนี้มันก็ไม่เคยแน่นอนซะด้วย
คือนอกจะไม่ใหม่ แล้วมันยังเปลี่ยนแปลงไปตลอด ...
ซึ่งรวมไปถึง ความคิด ความเชื่อ อุดมการณ์...ที่เป็นกันอยู่

ก็ล้วนแล้วแต่ไม่เที่ยง
เพราะอย่างตอนที่เขียนเอนทรีนี้มันเพิ่งจะหกโมงเช้าเอง... :)


เอนทรีวันพระวันนี้ ไม่ได้คิดว่าจะต้องหาข้อสรุป ระหว่างเก่า-ใหม่ อะไรหรอกครับ
มันคงพูดได้ยากว่าอะไรจะดีกว่ากัน

เพราะในที่สุด เราก็จะพึงพอใจ ที่จะ"เชื่อ" ในแบบที่เรา "ตีความ"
ตามไม้บรรทัดคนละอันของเรา

แต่เราก็ยังคงสามารถเป็น "เพื่อน" ที่อาจคิดเห็นแตกต่างกันได้

และยังอยากจะบอกเหมือนเดิมว่า...ไม่ว่าจะวันพระ หรือไม่
ขอสติจงอยู่กับทุกท่านครับ...

มันจำเป็นมาก! :)







Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆมาให้อ่านตั้งแต่เช้าเลยค่า Hot!

#1 By hornsama on 2008-09-22 09:40

Hot! big smile

#2 By iDoi* on 2008-09-22 10:36

Hot! confused smile

#3 By tomatong on 2008-09-22 13:19

ดีจัง สาธุ
confused smile confused smile confused smile

#4 By sujitra06.exteen.com on 2008-09-22 13:30

โอๆๆ ซึ่งในรถพระธรรมเลยครับ....ยังไงก็ขอบคุณนะครับ ที่แวะมาอ่าน

#5 By Johny - Co on 2008-09-22 14:24

ขอบคุณนะค่ะ สำหรับกำลังใจดีๆที่ให้กัน...
และ ฉันคิดว่าฉันชอบข้อเขียน เอ็นทรี่นี้ ของคุณจังค่ะ...
อ้อ! ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะbig smile

#6 By butterflyheart on 2008-09-22 16:56

สาธุค่ะbig smile
ขอให้สติอยู่กับท่านเช่นเดียวกันค่ะ :)

มนุษย์มักมีเหตุผลของตัวเองมารองรับความเชื่ออยู่เสมอ
จึงไม่แปลก..
ที่มีความแตกต่างมากมาย
ทั้งๆที่สุดท้ายก็เหมือนเดิม

Hot!

#7 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-09-22 18:06

เขียนได้ดีมากเลย confused smile Hot!

#8 By bellbell on 2008-09-22 21:09

จำได้คลับคล้ายว่า....
มีฝรั่งเคยถามอาจารย์ชาว่า...ไม้เท้าที่ท่านถืออยู่นี่ขนาดพอดีไหม....
ท่านตอบด้วยกรุณาว่า...หากใช้ตีใครก็คงใหญ่ไป เขาอาจบาดเจ็บ...

หากจะเอาไปงัดอะไรที่มันใหญ่ๆ (โลก)ก็คงจะเล็กไป...

แต่เอามาใช้พยุงเดิน...นี่มันพอดี...
=====================
สรุป....ทุกอย่างอยู่ที่..ความพอดี...
big smile
ขอบคุณสำหรับธรรมะดีๆครับ

#10 By Repentant on 2008-09-22 22:07

แวะมาอ่านเรื่องราวดีๆก่อนนอนค่ะ
big smile

#11 By NICs Gallery on 2008-09-22 22:25

เขียนเรื่องได้ดีมากฮะ

ขอบคุณสำหรับธรมมะดีๆฮะ

#12 By De'Chip&Silent on 2008-09-22 22:48

ดีของเรา อาจจะไม่ใช่ดีของเขา
รักของเรา ก็อาจจะเป็นเกลียดของเขา...ก็เป็นได้

ใช่เลย
ใช่เลย
และใช่เลย

Hot!
Hot!

อ่านแล้วรู้สึกดีจังbig smile

#14 By mama on 2008-09-22 23:57

ทำอะไรก็พยายามจะพิจารณาอย่างมีสติอยู่เหมือนกันค่ะ.. แต่ก็มีบางวันสติแตก.. หายหมด ^_^;

ขอบคุณที่ช่วยเตือนกันอีกทีค่ะ m(_ _)mHot!

#15 By Hayashi Kisara on 2008-09-23 06:42

ขอมาตอบบล๊อคตรงนี้นะคะ พี่หมี

ไอ้เรื่องรองเท้าเก่าๆ เบ๊ไม่ได้ติดใจอะไรมากมายหรอกค่ะ ไอ้ที่เขียนระบายลงไปอาจจะดูแรงเพราะเบ๊ก็เป็นคนแรงๆ อาจจะพูดแรงเกินไปทำให้คนอื่นเข้าใจว่าเบ๊อารมณ์เสียม๊ากมาก ความจริงก็ช่างหัวล่ะค่ะ เพราะเค้าก็แก้ตัว แต่เบ๊ไม่เชื่ออยู่แล้ว

เรื่องของหน้าห้องหายมันไม่อะไรนักหนามาก พี่หมีเอ่ยถึงเรื่องงัดห้อง ซึ่งเบ๊ไม่ได้พูดถึงในบลอคตัวเอง อยากจะบอกพี่หมีว่า ไม่ใช่ไม่มีนะ งัดห้อง มีมาแล้ว แต่พอดีกุญแจห้องเบ๊มันแปลกกว่าของคนอื่นก็เลยงัดตัวแม่มันไม่ได้ ได้แต่ตัวลูกบิด เคยได้ยินเสียงกร๊อกแกร๊กๆ หน้าประตูก็คิดว่าหนู พอมาตอนนี้ก็เกตแล้วว่าเป็นขโมยแน่ๆ ห้องอื่นก็เคยโดนทั้งกางเกงยีนส์บ้าง น้ำมันพืชบ้าง เจ้าของตึกก็เคยโดน คือก็ต้องระมัดระวังตัวเอง ซึ่งตรงนี้ก็ทำอยู่แล้วล่ะ

ถามว่าอโหสิให้ได้มั้ย ได้ไม่มีปัญหา แต่ตัวปัญหาจะเลิกรังควาญมั้ย อันนี้เบ๊ไม่รู้ เพราะเค้าก็ก่อมลภาวะทางเสียงให้ห้องเบ๊ทุกวัน ตัวภรรยาเค้าก็เหมือนจะพยายามตีซี้ซึ่งไม่มีเหตุผลที่เบ๊จะซี้ด้วย แต่ไม่ได้สนใจอะไรกันอยู่แล้ว เกิดเรื่องแบบนี้ เบ๊ก็บอกเจ้าของตึก ก็เป็นแบล๊คลิสต์กันไปค่ะ

ขอบคุณนะคะสำหรับคำแนะนำ เบ๊ไม่คิดเอาความอะไรหรอก แค่บ่นๆ ไปตามประสาสาวขี้บ่น ช่างเม้าท์ล่ะค่ะ

ส่วนเอนทรี่นี้มีสาระมากค่ะ พี่หมี แต่สติสตังเบ๊มันก็ขาดๆ เกินๆ ซะด้วยสิเนี่ย 555+

#17 By General เบ๊ on 2008-09-23 09:10

ผมเองก็ใช้เหตุผลส่วนตัว หรืออุดมการ์ณ ตัดสินคนอื่นเหมือนกันครับ

และพยายามใช้สมองน้อยๆของผมค้นหาความถูกต้องที่แท้จริงอยู่เหมือนกัน

ทุกครั้งที่คิดว่ามันคืบหน้าคิดว่าเข้าใจ พอเวลาผ่านไปมาทบทวนก็ชักไม่แน่ใจแล้วต้องค้นหากันใหม่ วนยังงี้ไปเรื่อย

#18 By meinside on 2008-09-23 09:55

ขอบคุณที่ตั้งสติให้

#20 By otto on 2008-09-23 10:54

อ่านมาตั้งแต่ต้นจนจบ เห็นด้วยหมดเลยครับว่า ความรู้สึกนึุกคิดหรือการตัดสินใจของคนเรา(ไำม้บรรทัด)
ถึงจะยังงัย สุดท้ายแล้วเราก็ต้องยึดของเราเป็นหลักอยู่วันยังค่ำ

..และโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยงตรงจริงๆ

#21 By Googigg on 2008-09-23 11:31

อ่านแล้วรู้สึกดีจังเลยค่ะ
เหมือนมีคนมาเตือนสติ
เพราะหลายครั้งตัวเราเอง
ก็ใช้ความคิด อุดมการณ์ของตัวเองเท่านั้น
ในการตัดสินสิ่งอื่นๆ
อยู่บ่อยๆเหมือนกันค่ะHot!

#22 By ~memay~ on 2008-09-23 13:31

ก็ล้วนแล้วแต่ไม่เที่ยง ตะลึงตึงๆๆๆ!!

555+ ตอนเราเข้ามาอ่านก็บ่ายสองสินะ ไม่เที่ยงจริง

ได้ข้อคิดใหม่ๆเยอะเลยจ้าbig smile
คิดเหมือนเราเลย เรานึกว่าโลกกลมๆแล้วมีฟ้าเปนเครึ่งวงกลมมาครอบไว้ เรานึกว่าเราอยู่ในโลก ไม่ใช่บนโลก :)
ซึ่งตอนนี้ก้อยังคิดงั้นนะ .. เพราะเราไม่เคยเหนกะตานี่นาว่ามันเปนไง

ส่วนที่บอกว่า ไม่งั้นไม่ต้องอาบน้ำ ใส่น้ำหอมให้หอมก็พอ

555555
ชอบอ่ะ ประจำเลย ชอบๆๆHot!

#24 By :) on 2008-09-23 20:27

ดีมากๆเล้ย ย big smile

#25 By mz-melody on 2008-09-24 08:48

อิอิ . . big smile

#29 By น้ำหอม (118.172.24.199) on 2009-01-20 19:35

supameeh View my profile