ของเก่า-ของใหม่ ในโลกใบเอียง ๆ
posted on 22 Sep 2008 09:00 by supameeh in Diary
เมื่อตอนเด็ก ๆ ที่ผมพอจะจำความได้ ไปเยี่ยมบ้านคุณยายที่ต่างจังหวัด
ที่ไร่ข้าวโพดของคุณยาย ผมแหงนหน้ามองฟ้า มองไปรอบ ๆ ตัว ผมคิดไปว่า
โลกมันแบน โดยเราอยู่ภายในโลกที่มีท้องฟ้าโค้ง ๆ มาครอบทับไว้
เหมือนฝาชี ครอบกับข้าว
เมื่อโตขึ้นมา ความเข้าใจเรื่องโลกของผมก็เลยเป็นหลักวิทยาศาสตร์
ตามที่ได้เรียนในหลักสูตร
แต่ทุกวันนี้ เมื่อศึกษาธรรมะ ยิ่งเข้าใจวิทยาศาสตร์
รู้ว่าโลกมันกลม แต่มันก็ไม่กลมเป๊ะ ๆ แถมแกนตั้งโลกมันยัง เอียง ซะด้วย..
หมุน ๆ เอียง ๆ กันทั้งโลก แล้วจะไปให้แต่ละคนมองอะไรไม่เอียงบ้างได้ไง
แต่เราอาจไม่ค่อยยอมรับความจริงว่า คอเราเอียง
ใจเราหวั่นไหววูบวาบ และเรามีความเชื่อในอะไรต่อมิอะไร
ได้อย่างหัวปัก หัวปำ โดยสรุปเป็นสิ่งที่เรียกว่า "เหตุผลส่วนตัว"
และคำสวย ๆ งาม ๆ ที่เรียกกันว่า "อุดมการณ์" ของเรา
ซึ่งถ้าเปรียบไปก็คือ เรามีไม้บรรทัดส่วนตัว คนละอัน
เป็นไม้บรรทัดที่เอาไว้ใช้ขีดเส้นให้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว
แล้วบอกว่า มัน "ถูก" หรือมัน "ผิด" "สวยงาม" หรือ "น่าเกลียด"
ก็ด้วยการให้คุณค่ากับสิ่ง ๆ นั้นของเราเอง
เมื่อเราได้ยินคำพูดใคร เห็นการกระทำของใคร
เราจะใช้ไม้บรรทัดส่วนตัวอันนี้แหละ ทำการวัดคุณค่า เพื่อประเมินผลออกมา
กลายเป็น ความรัก ชอบ เกลียด ชัง หรือ เฉยๆ
ดังนั้น ดีของเรา เลยอาจจะไม่ใช่ดีของเขา
รักของเรา ก็อาจจะเป็นเกลียดของเขา...ก็เป็นได้
แถมอะไรหลาย ๆ อย่างในโลกนี้ ที่เรามองจากจุดหนึ่ง ด้านหนึ่ง มุมหนึ่ง
แล้วเข้าใจได้ว่า ..มันเป็นอย่างหนึ่ง
พอได้เปลี่ยนจุดยืน เปลี่ยนตำแหน่งมุมมองใหม่
ถึงมารู้ความจริง.. อืม....มันไม่ได้เป็นอย่างที่เราเคยคิด
ถ้าตีตั๋วนั่งดูภาพยนตร์ใกล้จอเกินไป ก็จะมองภาพ โฟกัสได้ไม่ทัน ไม่ทั่วถึง
แถมยังอาจทำให้ปวดหัวได้อีกต่างหาก
แต่ถ้านั่งไกลจากจอพอเหมาะ พอดี ให้สายตาจับภาพได้ครอบคลุม
ถึงดูหนังฝรั่งที่ไม่ได้พากย์ไทย แถมไม่เก่งภาษาอังกฤษ อย่างน้อยก็ยังอ่าน sub title
ได้ง่ายขึ้น ทำให้เข้าใจเรื่องมากขึ้น..
แต่ถึงที่สุดแล้ว นั่งตำแหน่งไหนในโรงก็เถอะ...ขนาดข้าง ๆ กัน แถวเดียวกัน
ดูหนังเรื่องเดียวกันออกมาก็ยังสนุก และชื่นชอบในหนังเรื่องนั้น ไม่เหมือนกันซะอีก
...................
ตอนนี้หลายคนอาจกำลังพูดกัน เถียงกันในเรื่องอะไรที่ว่าด้วย "ความใหม่"
ผมมาคิดเล่น ๆ ว่า ไอ้ที่ว่า...ใหม่นี่ มันจะเหมือนสินค้ามั้ยนะ
แบบว่า จะต้องมีคำว่า ใหม่ อยู่บนหีบห่อเสมอ จะได้ขายดีขึ้น
เพราะมันจะช่วยกระตุ้นการซื้อได้... ในแง่จิตวิทยา
เหมือนผมที่มารู้เอาทีหลังว่า ผมซื้อของใหม่ ที่เหมือนของเดิม มาตลอดนั่นแหละ...
ผงซักฟอกใหม่ ...รู้สึกว่าใช้แล้วดีจัง หอม ๆๆๆ
ฟองเยอะ ให้ความรู้สึกว่า ซักผ้าสะอาดขึ้น...
แต่จริง ๆ เปลืองน้ำขึ้น เพราะกว่าจะล้างฟองออกหมด ใช้น้ำไปเยอะ
และด้วยความที่ต้องล้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ฟองหมด
มันเลยสะอาดขึ้นไปอีกนิด ....ด้วยเหตุนั้น
แ้ล้วพอเราเข้าใจในหลักการ ก็จะพบว่า
ฟองเยอะ หรือน้อย ไม่เกี่ยวกับประสิทธิภาพในการทำความสะอาดซะหน่อย
ส่วนไอ้หอมกว่าเดิมนี่ ....ยิ่งไม่เกี่ยวกันไปใหญ่
ไม่งั้นไม่ต้องอาบน้ำ ใส่น้ำหอมให้หอมก็พอ :)
...........................
ในที่สุดโลกกลมๆ เบี้ยว ๆ บูด ๆ ของผม ทำให้ผมนึกไปถึงคำกล่าวที่ว่า
"ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์"
แล้วอะไรต่อมิอะไรในโลกนี้มันก็ไม่เคยแน่นอนซะด้วย
คือนอกจะไม่ใหม่ แล้วมันยังเปลี่ยนแปลงไปตลอด ...
ซึ่งรวมไปถึง ความคิด ความเชื่อ อุดมการณ์...ที่เป็นกันอยู่
ก็ล้วนแล้วแต่ไม่เที่ยง
เพราะอย่างตอนที่เขียนเอนทรีนี้มันเพิ่งจะหกโมงเช้าเอง... :)
เอนทรีวันพระวันนี้ ไม่ได้คิดว่าจะต้องหาข้อสรุป ระหว่างเก่า-ใหม่ อะไรหรอกครับ
มันคงพูดได้ยากว่าอะไรจะดีกว่ากัน
เพราะในที่สุด เราก็จะพึงพอใจ ที่จะ"เชื่อ" ในแบบที่เรา "ตีความ"
ตามไม้บรรทัดคนละอันของเรา
แต่เราก็ยังคงสามารถเป็น "เพื่อน" ที่อาจคิดเห็นแตกต่างกันได้
และยังอยากจะบอกเหมือนเดิมว่า...ไม่ว่าจะวันพระ หรือไม่
ขอสติจงอยู่กับทุกท่านครับ...
มันจำเป็นมาก! :)


#1 By hornsama on 2008-09-22 09:40