สถานการณ์บ้านเมือง และโลกในช่วงนี้
พาให้หลายต่อหลายคนในสังคมเครียดเกินไปหรือเปล่า
ทุกข์เกินความจำเป็นไปหรือไม่ ท่านลองถามตัวเองดู

จากมุมมองของผม...
ดูเหมือนใครหลายคน ก็พากันเครียด กดดัน แบ่งข้าง แตกแยก
โกรธ เกลียด ไม่พอใจ ตั้งแต่เล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงขั้นมุ่งร้าย-ทำลายกัน

กดดัน และเครียด เพราะสิ่งที่แบกอยู่ก่อน และสิ่งที่หามาแบกเพิ่มใหม่

แบ่งข้าง แตกแยก เพราะความยึดมั่นถือมั่น ความมีตัวตน
ของเขา ของเรา ยึดถือความถูกต้องบนความคิดเห็นส่วนตัวเป็นหลัก

โกรธ เกลียด มุ่งร้ายต่อกัน
โดยต่างคนต่างก็มองว่าตนเองก็มีความชอบธรรม
ต่างเพ่งจ้อง มองหาแต่ความผิดพลาดของฝ่ายตรงข้าม
จนลืมมองภายในกายในจิตตัวเอง

เมื่อต่างคนต่างมองว่า แนวทางของตนเท่านั้นที่ถูกต้อง และไม่ยอมรับว่ามีตรงกลาง

ปัญหาทั้งหมดจึงไม่สามารถคลี่คลาย ยุติลงได้ง่าย ๆ อย่างที่ควรเป็น
เมื่อไม่เรียนรู้การปล่อยวาง ไม่คิดจะให้อภัยกันและกัน
ไม่ยอมรับกติกาใด ๆ ไม่มีอะไรที่ตอบสนองความถูกต้อง และถูกใจแต่ละฝ่ายได้

ข้อพิพาทระหว่างกันแบบนี้ เกิดขึ้นด้วยสิ่งที่เป็นอุดมคติ
ทำให้เส้นตรงกลางนี้ มันดูเหมือนไม่หนาพอ ให้เราไปยืนอยู่
อคติในใจยังเปลี่ยน ให้มันกลายเป็นเส้นที่บางมาก
จนเหมือนไม่มีพื้นที่พอให้ใครทรงตัวอยู่ได้ เหมือนบังคับผลักดันให้ใครต่อใคร
ต้องอยู่ในข้างใด ข้างหนึ่ง เท่านั้น

วันอาสาฬหบูชา วันนี้

อยากชวนทุกท่านนึกถึงหลักธรรมสำคัญข้อหนึ่งครับ

มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง

เป็นความพอดี ที่นำความอิสระมาสู่จิตใจ ให้บรรลุถึงจุดมุ่งหมาย
ซึ่งแน่นอนครับ ย่อมไม่ใช่ความยึดมั่น อุดมคติจนสุดโต่งไปข้างหนึ่ง

เพราะไม่ว่าสุขสุด ๆ แบบลุ่มหลง มัวเมาใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
อำนาจ วาสนา บารมี
หรือทุกข์สุด ๆ แบบ บำเพ็ญตบะการทรมานตน ก่อความทุกข์ให้ตัวเอง
เพ่งจ้อง ทุ่มแรงกาย แรงสมอง แรงความคิด แบบไม่ละวาง

ก็ล้วนไม่ใช่คำตอบอันแท้จริงแห่งการค้นพบ และหลุดพ้นจากปัญหา

ในมุมมองของธรรมะ สอนให้เราเป็นกลางในทุกอย่าง
เพื่อเป็นอิสระจากอคติ กิเลส ตัณหา ที่ปรุงแต่ง สร้างภาพ ฉาบฉวย

ธรรมะสอนให้เราไม่ยึดถือตัวตน ที่คิดว่า "มี"
เพราะเมื่อเรามี "ตัวเรา" เราจึงมี "ของเรา"
เมื่อมี "ของเรา" เราจึงมีทุกข์กับอะไรที่เป็น "ของเรา"

วันนี้ตั้งใจเขียนความรู้สึกตัวเองในมุมมอง ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา
ผมไม่ได้กังวลอะไรนะครับ เพราะไม่ว่าจะอย่างไร ทุกสิ่ง ทุกเรื่องจะมีวันสิ้นสุดเสมอ...

ธรรมะช่วยให้ผมมองชีวิตแบบเรียบง่าย
มองทุกอย่างตามความเป็นจริง ไม่ยึดมั่นในอัตตา มากมายเหมือนแต่ก่อน

ปีที่ผ่านมาแม้ผมไม่ได้ทำงานที่ดูแล้วมั่นคง ในแบบที่เคยคิดว่าเป็น อย่างเช่นตอนทำงานใหม่ ๆ
ไม่ได้หาเงินได้มากมายอย่างที่เคยหาได้

แม้น้ำมันขึ้นราคาเป็นรายวัน ค่าครองชีพสูงลิบลิ่ว
ท่ามกลางปัญหามากมาย ทั้งส่วนตัว และบ้านเมือง
ผมกลับพบว่า ผมมีชีวิตที่เบาสบาย และไม่เดือดร้อนอะไรมากมายนักหนา

เพียงตั้งใจทำหน้าที่ของตนเอง ด้วยความรับผิดชอบ
ใช้สติ ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ปรับตัวกับสภาพแวดล้อม
เรียนรู้ความทุกข์ที่ผ่านเข้ามา และยอมรับมัน
ยินดีกับความสุข แบบไม่หลงไปกับมัน ไม่ดึงดันจะฉุดรั้งมันไว้ตลอดเวลา

เพียงเท่านี้ก็เชื่อว่า จะประคับประคองชีวิต ให้ผ่านวันเวลาที่ยากลำบากไปได้
จนกว่า...จะถึงวาระสุดท้าย

ฝากเอนทรีนี้ไว้ ไว้เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา

ขอความสุข สงบ จงเกิดแก่ทุกท่านครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อรุณสวัสดิ์ในวันดีวันนี้นะคะ big smile

ในวันที่ เราทุกคนควรให้เวลาในการหยุดมองตัวเองอีกวันหนึ่ง big smile

#1 By ~ N ~ on 2008-07-17 10:12

ฟากนึงก็หนาวเย็นไม่สบาย อีกฟากก็ร้อนจนแทบจะตายกันไปข้างหนึ่ง
ทางสายกลาง.. ไม่ร้อน หรือ หนาว
อยู่กลางๆ เย็นใจกว่าที่จะร้อน หรือหนาว^^

เจริญในธรรมค่ะbig smile

#2 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-07-17 11:22

อรุณสวัสดิ์วันเข้าพรรษาครับ
การอ่านเรื่องสงบๆแบบนี้ตอนเช้า(สายsad smile)
ทำให้วันนี้เป็นวันดีเลยครับ

Hot!

#3 By GPEN on 2008-07-18 09:44

ด้วยชีวิตที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอด
บางครั้ง บางที ก็รู้สึกท้อแท้ ผิดหวังและหดหู่
จมอยู่กับตัวเอง จมอยู่กับความทุกข์
จนบางครั้งก็ลืมหันมองคนรอบข้างที่ลำบากกว่า...
เพราะมัวแต่หันมองคนที่ดีกว่า สูงกว่าตลอดเวลา...

ปล.แวะมาทักทาย และก็บ่น เพ้อ ไปเรื่อยเปื่อย
อยากให้รู้ว่าก็เป้นอีกคนที่รู้สึกคล้าย ๆ กัน...

#4 By KungFu_Girl on 2008-07-18 12:52

อีกครั้ง คือว่าพยายามเปิดหน้าหนังสือด้านล่างตั้งนาน เปิดยังไง้ ยังไงก็เปิดไม่ได้ซักที แต่ดีไซน์เก๋นะคะ

#5 By KungFu_Girl on 2008-07-18 12:53

supameeh View my profile